ช่วงเวลาตี 4 คุณผู้อ่านกำลังทำอะไรอยู่คะ?
…
หลังจากนั้น แป๊ะยิ้มก็จะได้รับคำตอบแบบไม่น่าถามคำถามนี้อีก...
“นอนน่ะสิ ถามได้...”
ก็จริงอย่างที่คุณผู้อ่านบอกแหละค่ะ
แต่ช่วงเวลาตี 4 ของแป๊ะยิ้ม เป็นช่วงเวลาที่ตื่นนอนเพื่อทำการบ้านและอ่านหนังสือค่ะ
คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า มีเวลาตั้ง 24 ชั่วโมง
ทำไมเลือกทำการบ้านตอนตี 4?
แป๊ะยิ้มมีคำตอบดังนี้ค่ะ
1. แป๊ะยิ้มไม่สามารถนอนดึกหรือโต้รุ่งยันสว่างได้ สักประมาณ 4-5 ทุ่ม แป๊ะยิ้มต้องเข้านอนแล้ว เหตุเพราะทางบ้านปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าอย่านอนดึก กลัวว่าตื่นเช้ามาเรียนหนังสือไม่ไหว และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ค่ะ...มีอยู่ช่วงหนึ่ง แป๊ะยิ้มเป็นพี่เลี้ยงค่ายPre-Camp ลำปาง ครั้งที่ 2 แล้วต้องเข้านอนตอนตี 1 เป็นเวลา 3 คืน!~! พอออกค่าย กลับถึงบ้าน คุณน้องถามว่า “เป็นญาติฝ่ายไหนของหลินปิง?” ดังนั้น แป๊ะยิ้มก็เลยต้องเข้านอนตอน 4 ทุ่ม และตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้มีเวลาทำการบ้าน-อ่านหนังสือได้มากขึ้น
2. ช่วงเวลาตี 4 เป็นช่วงเวลาแป๊ะยิ้มจะมีความจำดีและสมองปลอดโปร่งที่สุด...เมื่อครั้งที่แป๊ะยิ้มไปแข่งขัน Speech ภาษาจีน ระดับจังหวัด แป๊ะยิ้มตื่นตั้งแต่ตี 3 นั่งฝึกพูดภาษาจีนตั้งแต่ตี 3 - ตี 5 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ปรากฏว่า แป๊ะยิ้มได้รางวัลเหรียญเงินค่ะ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเรียนภาษาจีนได้แค่ 5 เดือนเอง...ตั้งแต่นั้นมาก็ขยันตื่นตี 4 เป็นว่าเล่น
3. ช่วงเวลาตี 4 เป็นช่วงเวลาที่เงียบที่สุด อย่างมากก็มีแค่เสียงไก่ขัน ผิดกับตอนกลางวัน ที่มีทั้งเสียงเครื่องเหลาไม้เสียบลูกชิ้นจากโรงงานข้างบ้าน, เสียงรถยนต์ที่ผ่านเข้า-ออกซอยเป็นว่าเล่น และเสียงหลานป้อมร้องไห้ถามหาคุณย่า!~! กรณีหลังนี้ต้องเดือดร้อนแป๊ะยิ้มอีกด้วย
...
มีคนกล่าวว่า อ่านหนังสือสัก 1 ชั่วโมงในตอนเช้า
จะได้ประโยชน์เท่ากับอ่านในเวลาอื่น ๆ ถึง 2 ชั่วโมง!!!
สาเหตุเป็นเพราะเยื่อเซลล์ประสาทของสมองนั้นจะดูแลการจดจำของสมอง
คล้ายกับตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนกระดาน
ไม่ว่าเรื่องอะไรเมื่อได้ผ่านความคิดของเรา
เรื่องนั้นก็จะกระตุ้นสมองทำให้เกิดภาพพิมพ์ใจขึ้น
ในแต่ละวันสิ่งที่เราพบเห็นมีมากมายเหลือเกิน
ภาพพิมพ์ใจก็จะสะสมมากขึ้นในสมองเรา
เสมือนเวลานี้อ่านหนังสือ ก็จะเท่ากับเราพยายามแทรกตัวลงในช่องว่างบนกระดาน
ความประทับใจในการอ่าน การจดจำย่อมไม่ซึ้งใจเป็นแน่
แต่ถ้าได้พักผ่อนในเวลากลางคืน สมองได้รับการผักผ่อนอย่างเต็มที่
เซลล์ประสาทก็จะฟื้นคืนสู่ความมีชีวิตชีวาดั่งเดิม
เปรียบเสมือนกับแผ่นกระดาน ซึ่งได้เช็ดถูอย่างเกลี้ยงเกลา
ถ้าเราอ่านหนังสือในเวลาที่สมองปลอดโปร่ง
สมองก็จะได้รับความกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
เป็นสภาพที่เท่ากับเราเขียนหนังสือหรือวาดภาพลงบนกระดานดำที่เกลี้ยงเกลา
ความประทับใจในการอ่านก็ย่อมเข้าใจย่อมจดจำได้แม่นเป็นธรรมดา
ว่าแต่...ตอนนี้ก็ 4 ทุ่มกว่า ๆ แล้ว
แป๊ะยิ้มขอตัวไปนอนก่อนนะคะ
ข่าวว่า ,, การบ้านสัมมนากฎหมายลักษณะนิติกรรม-สัญญา ยังไม่ได้ทำเลย
คงต้องตื่นตี 4 อีกตามเคย...
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.thetutorcenter.com/article7.html
…
หลังจากนั้น แป๊ะยิ้มก็จะได้รับคำตอบแบบไม่น่าถามคำถามนี้อีก...
“นอนน่ะสิ ถามได้...”
ก็จริงอย่างที่คุณผู้อ่านบอกแหละค่ะ
แต่ช่วงเวลาตี 4 ของแป๊ะยิ้ม เป็นช่วงเวลาที่ตื่นนอนเพื่อทำการบ้านและอ่านหนังสือค่ะ
คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า มีเวลาตั้ง 24 ชั่วโมง
ทำไมเลือกทำการบ้านตอนตี 4?
แป๊ะยิ้มมีคำตอบดังนี้ค่ะ
1. แป๊ะยิ้มไม่สามารถนอนดึกหรือโต้รุ่งยันสว่างได้ สักประมาณ 4-5 ทุ่ม แป๊ะยิ้มต้องเข้านอนแล้ว เหตุเพราะทางบ้านปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าอย่านอนดึก กลัวว่าตื่นเช้ามาเรียนหนังสือไม่ไหว และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ค่ะ...มีอยู่ช่วงหนึ่ง แป๊ะยิ้มเป็นพี่เลี้ยงค่ายPre-Camp ลำปาง ครั้งที่ 2 แล้วต้องเข้านอนตอนตี 1 เป็นเวลา 3 คืน!~! พอออกค่าย กลับถึงบ้าน คุณน้องถามว่า “เป็นญาติฝ่ายไหนของหลินปิง?” ดังนั้น แป๊ะยิ้มก็เลยต้องเข้านอนตอน 4 ทุ่ม และตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้มีเวลาทำการบ้าน-อ่านหนังสือได้มากขึ้น
2. ช่วงเวลาตี 4 เป็นช่วงเวลาแป๊ะยิ้มจะมีความจำดีและสมองปลอดโปร่งที่สุด...เมื่อครั้งที่แป๊ะยิ้มไปแข่งขัน Speech ภาษาจีน ระดับจังหวัด แป๊ะยิ้มตื่นตั้งแต่ตี 3 นั่งฝึกพูดภาษาจีนตั้งแต่ตี 3 - ตี 5 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ปรากฏว่า แป๊ะยิ้มได้รางวัลเหรียญเงินค่ะ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเรียนภาษาจีนได้แค่ 5 เดือนเอง...ตั้งแต่นั้นมาก็ขยันตื่นตี 4 เป็นว่าเล่น
3. ช่วงเวลาตี 4 เป็นช่วงเวลาที่เงียบที่สุด อย่างมากก็มีแค่เสียงไก่ขัน ผิดกับตอนกลางวัน ที่มีทั้งเสียงเครื่องเหลาไม้เสียบลูกชิ้นจากโรงงานข้างบ้าน, เสียงรถยนต์ที่ผ่านเข้า-ออกซอยเป็นว่าเล่น และเสียงหลานป้อมร้องไห้ถามหาคุณย่า!~! กรณีหลังนี้ต้องเดือดร้อนแป๊ะยิ้มอีกด้วย
...
มีคนกล่าวว่า อ่านหนังสือสัก 1 ชั่วโมงในตอนเช้า
จะได้ประโยชน์เท่ากับอ่านในเวลาอื่น ๆ ถึง 2 ชั่วโมง!!!
สาเหตุเป็นเพราะเยื่อเซลล์ประสาทของสมองนั้นจะดูแลการจดจำของสมอง
คล้ายกับตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนกระดาน
ไม่ว่าเรื่องอะไรเมื่อได้ผ่านความคิดของเรา
เรื่องนั้นก็จะกระตุ้นสมองทำให้เกิดภาพพิมพ์ใจขึ้น
ในแต่ละวันสิ่งที่เราพบเห็นมีมากมายเหลือเกิน
ภาพพิมพ์ใจก็จะสะสมมากขึ้นในสมองเรา
เสมือนเวลานี้อ่านหนังสือ ก็จะเท่ากับเราพยายามแทรกตัวลงในช่องว่างบนกระดาน
ความประทับใจในการอ่าน การจดจำย่อมไม่ซึ้งใจเป็นแน่
แต่ถ้าได้พักผ่อนในเวลากลางคืน สมองได้รับการผักผ่อนอย่างเต็มที่
เซลล์ประสาทก็จะฟื้นคืนสู่ความมีชีวิตชีวาดั่งเดิม
เปรียบเสมือนกับแผ่นกระดาน ซึ่งได้เช็ดถูอย่างเกลี้ยงเกลา
ถ้าเราอ่านหนังสือในเวลาที่สมองปลอดโปร่ง
สมองก็จะได้รับความกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
เป็นสภาพที่เท่ากับเราเขียนหนังสือหรือวาดภาพลงบนกระดานดำที่เกลี้ยงเกลา
ความประทับใจในการอ่านก็ย่อมเข้าใจย่อมจดจำได้แม่นเป็นธรรมดา
ว่าแต่...ตอนนี้ก็ 4 ทุ่มกว่า ๆ แล้ว
แป๊ะยิ้มขอตัวไปนอนก่อนนะคะ
ข่าวว่า ,, การบ้านสัมมนากฎหมายลักษณะนิติกรรม-สัญญา ยังไม่ได้ทำเลย
คงต้องตื่นตี 4 อีกตามเคย...
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.thetutorcenter.com/article7.html
แป๊ะยิ้ม
ตอบลบเราเองก็อยากตื่นตี 4 มาอ่านหนังสือเหมือนกันบ้างจัง
จะอ้างอะไรก็คงไม่พ้นตัวเราเองอ่าน๊า
ว่างๆโทรมาปลุกเราหน่อยสิคะ แหะๆ
เผื่อจะได้ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือได้อย่างแป๊ะยิ้มบ้าง @-@
ข่าวว่า ,, ก่อน 7 โมงเช้า ตุลยดายังไม่เปิดโทรศัพท์ไม่ใช่หรือ?
ตอบลบถ้าแป๊ะยิ้มโทร.ปลุกตุลยดาตอนตี 4
แป๊ะยิ้มจะโทร.ติดมั้ยนั่น?