เมื่อลมพัดหวน (ตอนที่ 1)

ในวันหนึ่งของเดือนพฤษภาคม
แสงอาทิตย์ได้สาดส่องมายังพื้นดินและผืนน้ำเจ้าพระยา
สะท้อนให้เห็นแสงระยิบระยับสว่างเป็นประกายสีทอง
ทิวสนริมน้ำต่างพริ้วไหวประดุจนางระบำตามเพลงแห่งสายลม
ได้ปรากฏหญิงสาววัยทำงานคนหนึ่งนั่งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยริมน้ำฝั่งวังหน้า
สายตาของหญิงสาวมองทอดอารมณ์ไปตามสายธารและฝั่งตรงข้าม
มองดูเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือขนส่งสินค้าที่สวนกันไปมา ...

โดยปกติหญิงสาวมักจะซื้อเครื่องดื่มมานั่งดื่มอยู่ที่ม้านั่งตัวเดิมริมแม่น้ำที่นี่ทุกวัน ...
วันนี้ก็เช่นกัน  หลังจากเลิกงาน เธอโดยสารรถประจำทางมาลงที่ท่าพระจันทร์
จากนั้นจึงเดินมาตามทางเท้าที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน แล้วเดินเข้าประตูฝั่งคณะศิลปศาสตร์เข้าไป
และแน่นอน เธอไม่ลืมที่จะแวะซื้อไวท์มอลต์ปั่นแก้วโปรดจากร้านพี่หมวยซอยกลางท่าพระจันทร์ไปนั่งดื่มด้วย

เมื่อเดินมาถึงม้านั่งริมแม่น้ำ เธอจัดแจงวางกระเป๋าถือในมือของตนไว้ที่ม้านั่ง และทิ้งตัวนั่งลง
จากนั้นจึงใช้มือดึงหนังยางมัดผมที่อยู่บนศีรษะออก สยายผมยาวประบ่าของตนเอง
และทอดสายตามองบรรยากาศรอบ ๆ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
คล้ายกับเป็นการปล่อยให้สมองที่ใช้งานมาทั้งวันได้ผ่อนคลายเสียบ้าง

จนกระทั่งแดดคล้อยเข้าสู่ช่วงโพล้เพล้
หญิงสาวคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องกลับไปพักผ่อน
เพื่อจะได้อรุณสวัสดิ์กับเช้าวันทำงานวันใหม่ได้อย่างสดชื่น
เธอจึงลุกขึ้นยืนและหันหลังกลับ ... แต่ยังไม่ทันจะก้าวเดิน...
ทันใดนั้นเองหญิงสาวดูเหมือนจะพบใครสักคนเข้า...

ภาพเบื้องหน้าที่หญิงสาวเห็น เป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด
สวมแว่นสายตา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงสแล็ค และรองเท้าหุ้มส้นสีดำ
สายตาของชายหนุ่มกำลังมองมายังหญิงสาวผมประบ่าคนนั้น
ในขณะที่ดวงตาของหญิงสาวได้เบิกกว้างขึ้นและตะลึงงันที่ได้พบกับชายหนุ่ม
เธอคิดว่าเธอคงตาฝาดไปแน่ จึงได้หยิบแว่นสายตาจากกระเป๋าออกมาสวมใส่
และเพ่งมองชายคนดังกล่าวอย่างไม่วางสายตา


“จะเพ่งมองอีกนานไหมครับคุณ?” เสียงของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ ...

(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

ความคิดเห็น